ป้ายกำกับ

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562

     ผิวไม่ใส แถมเป็นหวัดก็บ่อย บอกเลยว่า วิตามินซี ช่วยได้ค่ะ! ซึ่งวิตามินซีที่ว่านี้ เราสามารถหาได้จากผักและผลไม้ต่างๆ นั่นเองค่ะ แต่สำหรับใครที่กินผลไม้ไม่เก่ง ไม่ชอบกินผัก การกินอาหารเสริมจำพวกวิตามินซี จึงอาจเป็นอีกหนึ่งทางออก ที่จะช่วยป้องกันไข้หวัดและช่วยให้ผิวใส ไร้สิวได้ง่ายๆ เช่นกัน แต่จะเลือกกินยี่ห้อไหน แบรนด์ไหนดี จึงจะดีที่สุด วันนี้เราก็มีมาแนะนำ 5 ตัวด้วยกัน!

5 วิตามินซี ตัวเด็ด ลดรอยสิว เพิ่มผิวใส แถมช่วยป้องกันไข้หวัด!

     โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราควรได้รับวิตามินซี 1000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ก็ใช่ว่าเราจะกินมากเกินไปก็ได้นะคะ เพราะหากเรากินวิตามินซีเกินจุดอิ่มตัวของการดูดซึม ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมไปใช้เพิ่มได้ ฉะนั้นไม่ควรกินเกิน 1000 มิลลิกรัมต่อวัน และแบ่งกินหลายครั้งจะดูดซึมได้ดีกว่ากินปริมาณมากในครั้งเดียวค่า และงานนี้จะมีวิตามินซีตัวไหนน่าสอยกันบ้าง ไปดูกันเลยค่า

1. วิตามินซี ลดรอยสิว : DHC Supplement Vitamin C


5 วิตามินซี ตัวเด็ด ลดรอยสิว เพิ่มผิวใส แถมช่วยป้องกันไข้หวัด!
     วิตามินซีตัวดัง ที่ไม่ว่าใครไปญี่ปุ่นก็ต้องหิ้วต้องโกยกลับมาด้วยทุกครั้ง สำหรับตัวนี้เค้าว่า ช่วยลดความหมองคล้ำบนใบหน้า ลดรอยสิว ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น และที่สำคัญยังช่วยให้เราไม่เป็นหวัดง่ายๆ อีกด้วยนะ! ใครที่โดนแดดบ่อยๆ รู้สึกว่าผิวไม่ใส หรือเวลาเป็นสิวก็จะทิ้งรอยดำรอยแดงไว้มากมาย แนะนำว่าตัวนี้ช่วยได้ค่ะ แต่ต้องกินติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 เดือนนะคะ จึงจะเห็นผลมากที่สุด!
วิธีกิน : ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร เช้า-เย็น

2. วิตามินซี ลดรอยสิว : Blackmores Vitamins Bio C 1000 mg.


5 วิตามินซี ตัวเด็ด ลดรอยสิว เพิ่มผิวใส แถมช่วยป้องกันไข้หวัด!
     สำหรับตัวที่ 2 นี้ จะมีความแตกต่างจากตัวแรกนิดหน่อยค่ะ ตรงที่มีการเสริมไบโอฟลาโวนอยด์เข้ามาด้วย เพื่อเพิ่มการดูดซึมวิตามินซีของร่างกาย ซึ่งถ้ากินตัวนี้ก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินซีได้มากขึ้น นอกจากนี้สูตรนี้ยังเป็นสูตรที่ปรับให้มีความเป็นกรดน้อยลงด้วยเกลือแอสคอร์เบท ซึ่งช่วยลดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้ และที่สำคัญยังมีส่วนผสมของวิตามินซี ที่ได้จากแหล่งธรรมชาติอีกด้วยนะจ๊ะ
วิธีกิน : วันละ 1 เม็ด

 หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูก

พิเศษได้ที่                                                                                                                    

                     >> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท


แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr


หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr


****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



Image result for ขอบคุณมากน่ะค่ะ

วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2562



รีวิว Blackmores Marine Q 10 Collagen Advance

สวัสดีค่ะ ชาวพันทิปทุกคน ก่อนอื่นต้องแนะนำตัวก่อนนะคะ เราชื่อเทนชิค่ะ หรือ Tenshi Yuri วันนี้เทนชิจะมารีวิวอาหารเสริม นั่นก็คือ Blackmores Marine Q 10 Collagen Advance ต้องบอกก่อนว่า เทนชิไม่ได้ซื้อมาเองนะคะ ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมของ Beauty Hunter ที่ส่งมาให้เทนชิลองทานและรีวิวค่ะ เทนชิได้ลองทานมาแล้วเป็นเวลา 25 วันค่ะ






เจ้า Blackmores Marine Q 10 Collgen Advance ตัวนี้ หน้าตาขวดก็ไม่ต่างอะไรกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นของ Blackmore จะมีความคล้ายกับตัวเดิมคือ Blackmores Radiance Marine Q10ค่ะ โดยมาในขวดสีชาเข้ม ป้องกันแสงแดด แต่ข้อเสียคือ อาจจะตกแตกง่ายถ้าไม่ระวัง เพราะเทนชิเคยทำขวดวิตามินซีตกแล้วแตกมาแล้วค่ะ







ลักษณะวิตามิน จะเป็นลักษณะแคปซูล สีน้ำตาลอมแดง เม็ดใหญ่ พอๆกับพวกเม็ดวิตามินซี แต่แคปซูลของตัวนี้ จะกลืนง่ายกว่าค่ะ






ส่วนประกอบใน 1 แคปซูล ประกอบด้วย
- ไฮโดรไลซ์ คอลลาเจนจากปลาทะเล 250 มก. ช่วยให้เซลล์ผิวแต่งตึง ยืดหยุ่น แข็งแรง
- โคเอนไซม์คิวเทน 25 มก. ช่วยลดเลือนริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง
- วิตามินอี ธรรมชาติ 10 I.U. ช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว
- วิตามินซี 30 มก ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
- ซีลีเนียม 26 มคก. ช่วยคงความยืดหยุ่น อ่อนเยาว์ของเนื้อเยื่อต่างๆ
- สังกะสี 10 มก. ช่วยลดการอักเสบของผิวและซ่อมแซมส่วนสึกหลอของผิว
- ลูทีน 10 มก. ช่วยบำรุงสายตา
- สารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์ฝรั่งเศส 20 มก. ช่วยสร้างเซลล์ผิวใหม่และดูแลปัญหาผิว
- สารสกัดโกจิเบอร์รี่ 40 มก. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลผิวพรรณและปกป้องเซลล์ผิว
- สารสกัดเมล็ดองุ่น 40 มก. ช่วยสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้นและลดความแห้งกร้านของผิว


วิธีรับประทาน รับประทาน วันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร ทุกวันค่ะ สำหรับเทนชิส่วนใหญ่ จะเลือกทานพร้อมอาหารเช้า มีบ้างที่ลืมทานตอนเช้า ก็มาทานมื้อเที่ยง ถ้าวันไหนไม่ได้พกไปตอนทำงาน ลืม ก็ทานพร้อมมื้อเย็นค่ะ แต่ปกติไม่ค่อยลืม


ความรู้สึกครั้งแรกที่ทาน
ครั้งแรกที่เริ่มทาน ความรู้สึกแรกเลยคือ เม็ดใหญ่ แต่กลืนง่าย ปกติเราทานวิตามินซี และอาหารเสริมอื่นอยู่แล้ว ก็ไม่ค่อยตกใจกับขนาดเม็ดแคปซูลตัวนี้เท่าไหร่ พออ่านส่วนประกอบในแคปซูล ก็รู้สึกว่า เริ่ดดี มีหลายวิตามิน ทานแค่แคปซูลเดียวได้หลายวิตามินเลย ก่อนที่จะทานตัวนี้ ก็ต้องหยุดทานตัวอื่นก่อน เพื่อที่จะให้เห็นผลชัดค่ะ

ผลหลังจากการทาน 25 วัน
ก่อนหน้าที่จะทานตัวนี้ ปัญหาผิวที่ชัดๆก็คือ สิว จุดด่างดำจากสิว ใต้ตาคล้ำแทบจะหน้าสดไม่ได้เลย และผิวที่แขนและขาแห้งมาก หลังจากที่ทาน Blackmores Marine Q10 Collagen Advance ไป 25 วัน สิ่งที่เห็นได้ชัดสุดคือ ผิวชุ่มชื่นขึ้น แขนขาไม่แห้งแบบเมื่อก่อนค่ะ จุดด่างดำก็ลดลง โดยเฉพาะรอยสิว ส่วนสิวลดลงมั้ย ไม่แน่ใจเพราะปกติเป็นคนเป็นสิวผดเม็ดเล็กอยู่แล้ว จะหายและเป็น เป็นช่วงๆ เป็นๆ หายๆ ซึ่งตอนนี้ลดลง แต่ตอบไม่ได้ว่าตัวนี้จะช่วยได้รึเปล่า ต้องดูยาวๆ ค่ะ รอยคล้ำใต้ตาดีขึ้นค่ะ ไม่ชัดมาก แต่ที่เพื่อนทักคือ หน้าสดดูดีขึ้น ดูไม่หมองเหมือนแต่ก่อน สดใสขึ้น อันนี้ดีใจค่ะ เพราะคนรอบข้างเป็นคนสังเกต โดยรวม คือดีขึ้นในเรื่องของความกระจ่างใส(ที่เพื่อนทัก) รอยแดงรอยดำลดลง ผิวชุ่มชื้นขึ้นขึ้นค่ะ

หมายเหตุ*** ตลอดระยะเวลาการทาน ผลิตภัณฑ์ที่ใช้คือ ครีมกันแดด Spectraban SPF 30, Benzac 5% และ Boots eye cream ซึ่งใช้เป็นปกติทุกวัน หยุดการใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อให้ผลชัดเจนค่ะ

สำหรับการรีวิวก็จบแล้วนะคะ ถ้าถามว่าให้ซื้อทานต่อไหม ก็จะซื้อทานนะคะ ในราคา 1290 บาท 30 แคปซูล อาจจะดูแพง แต่ถ้าดูส่วนประกอบแล้ว เทนชิคิดว่าคุ้มนะคะ เหมาะกับใครที่อยากได้วิตามินที่ตอบโจทย์ทุกเรื่องทานตัวเดียวจบไปเลยค่ะ และอยากฝากว่าการทานวิตามินที่ดี จะต้องทานคู่กับการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำให้เพียงพอด้วยนะคะ วิตามินเสริมก็คือวิตามินเสริม ช่วยแค่เสริมค่ะ นอกนั้นเราจะต้องดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราค่ะ

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูก

พิเศษได้ที่                                                                                                                    

                     >> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท


แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr


หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr


****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



Image result for ขอบคุณมากน่ะค่ะ

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2562


Review : Blackmore/nat C วิตามินเพื่อผิวสวย!!








สวัสดีค่ะเพื่อนๆ
วันนี้เนยจะมารีวิวผลิตภัณฑ์อาหารเสริมให้เพื่อนๆ ได้ดูกันนะคะ

เห็นมีคนมาตั้งกระทู้บ่อยๆ ว่ากินวิตามิน C ตัวไหนดี

กินกลูต้าตัวไหนดี....บลา..บลา...บลา

เนยก็เลยลองมาแชร์ตัวที่เคยกิน และกำลังกินอยู่ให้เพื่อนๆ ได้ดูกันค่ะ





ขอเกริ่นก่อนว่า....ตัวเนยเองไม่ได้ขาว

เป็นคนผิวคล้ำ ค่อนไปทางดำค่ะ.........555

หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นคนผิวแทน (แทนที่จะขาวอ่ะ.....กร๊ากกกกก)

ที่จริงเนยก็ภูมิใจในสีผิวของเนยนะคะ

ถึงมันจะไม่ขาว แต่เนยว่ามันก็เข้ากับตัวเนยที่สุดแล้วค่ะ



ตอนเด็กๆ เนยดำมากกกก ดำเป็นถ่านเลย

จนตอนนี้อายุ 24 แล้ว....ถือว่าขาวขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากกกกกกกก

ใครได้เห็นเนยตั้งแต่เด็กๆ แล้วเพิ่งมาเห็นตอนนี้

จะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า..เออ..มันขาวขึ้นนะ สงสัยไปอยู่เชียงใหม่ 555



พวกฝรั่งอ่ะ..เค้าอยากจะผิวแทนกัน เค้าก็ไปอาบแดด

เค้าบอกว่าคนผิวแทนน่ะสวย มีเสน่ห์

และค่านิยังของฝรั่งคือใครผิวแทนแสดงว่าเป็นคนรวย มีเงิน

เก็บเงินได้เยอะ เลยไปเที่ยวพักผ่อน นอนอาบแดด



แต่คนไทยล่ะ...กลับมีค่านิยมอีกแบบนึง

คืออยากขาว...ไม่ขาวชั้นก็จะฉีดกลูต้า ฉีดวิตามิน C เข้าเส้น

คือพวกนี้เนยไม่เคยทำนะ กลัวอ่ะ กลัวผลข้างเคียง

เพราะเป็นคนแพ้ง่ายด้วย เป็นภูมิแพ้ เลยไม่กล้าเสี่ยง...กลัวตาย!!!



เนยก็เลยกินแต่วิตามินบำรุงค่ะ

ตัวที่กินก็ไม่ได้มีอะไรมาก....มาดูกันเลยดีกว่าเนอะ

ภาพรวมตัวที่เคยกินค่ะ












....................................................................................................................................








เพื่อนๆ คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาบางตัวนะคะ

ทีนี้เนยจะรีวิวทีละตัวนะคะ




เริ่มจาก..."BLACKMORE Grape Seed Forte 12000"





















ตัวนี้เป็นสารสกัดเข้มข้นจากเมล็ดองุ่น



มีสารไบโอผลาโวนอยด์ และ โอพีซีส์ (มันคืออะไรหว่า??)

จำนวน 30 เม็ด ราคา 850 บาท....(โอ้วแพงมาก...ชั้นซื้อไปได้ยังไง??)

เนยซื้อที่วัตสันนะคะ...อันนี้ราคาลดแล้ว ปกติ 970 บาทค่ะ (โครตแพงอ่ะ)



วิธีกินนะคะ...เค้าให้กินวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหารค่ะ

กินข้าวคำสุดท้ายปุ๊ปกินตามเลยค่ะ ให้กินทุกวันติดต่อกัน 30 วัน



ข้อควรระวัง: ห้ามกินติดต่อกันเกิน 30 วันนะคะ

เนยก็เลยกินแค่ 1 กระปุกค่ะ



ตัวนี้กินแล้วเป็นไง??



ขอตอบตรงๆ ว่าไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ

(ขนาดกินกับวิตามิน C แล้วนะ)

ตอนเนยกินแอบมีสิวขึ้นด้วย เป็นสิวอุดตันอ่ะ

พอหยุดกินแล้วก็ดีขึ้น



สรุปว่า....ไม่ซื้อต่อค่ะ!!!!










...................................................................................................................



ตัวที่ 2...."BLACKMORE BUFFERED C 500 mg."






ตัวนี้เป็นวิตามิน C แบบ Buffer ค่ะ



ถามว่ามันแตกต่างกับตัวปกติยังไงคือ..

1. แบบปกติ 1 เม็ด มี 1,000 mg. จะกินแค่วันละ 1 เม็ด

2. แบบบัฟเฟอร์ 1 เม็ดมี 500 mg. จะกินวันละ 2 เม็ด (เช้าเม็ด เย็นเม็ด) ค่ะ

แล้วทำไมเนยเลือกกินแบบบัฟเฟอร์....

เพราะว่าเนยเป็นภูมิแพ้ค่ะ แบบนี้มันจะอยู่ในร่างกายเราได้นานกว่า

คือเหมือนค่อยๆ ละลายอ่ะ ก็จะดูแลร่างกายได้นานกว่าค่ะ



1 เม็ดมีฤทธิ์อยู่ได้ 8 ชั่วโมงค่ะ เนื่องจากเป็นสูตรที่ค่อยๆ ปล่อยตัวยาน่ะค่ะ

และลดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ก็เลยเลือกสูตรนี้ค่ะ

เวลากินต้องกินพร้อมอาหารนะคะ เพราะมันเป็นกรดค่ะ

จำนวน 75 เม็ด ราคา จำไม่ได้ค่ะ ใครรู้บอกหน่อยนะ...

ซื้อที่วัตสันค่ะ



กินแล้วเป็นไง...ก็ช่วยเรื่องภูมิแพ้ได้ค่ะ ช่วงที่กินไม่เป็นเลย

กินแล้วรู้สึกว่าผิวจะดีขึ้นนิดหน่อยค่ะ

แต่คงเปลี่ยนยี่ห้อ...



......................................................................................................







ตัวสุดท้าย...."nat C Vitamin C 1,000 mg." ค่ะ









ตัวนี้...เภสัชเค้าบอกว่า

ดีที่สุดในวิตามิน C 1000 mg. แล้วค่ะ

ถ้าเทียบกับ BLACKMORE เค้าว่าตัวนี้ดีกว่า

เพราะมีส่วนผสมอะไรซักอย่างเยอะกว่าเนี่ยแหละค่ะ จำไม่ได้

จำนวน 30 เม็ด ราคา 260 บาท

เนยซื้อในวัตสันนะคะ



กินแล้วเป็นไง...

ก็ช่วยเรื่องภูมิแพ้ และช่วยให้ผิวใสค่ะ

แต่ไม่ขาวนะคะ คงเพราะพื้นเพเป็นคนดำอ่ะค่ะ



..............................................................................................................



ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ดูรีวิวจบแล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้างรึป่าว



ยังไงก็เลือกกินอันที่มันเหมาะกับตัวเองแล้วกันนะคะ



และอยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า ขาว ดำ ไม่สำคัญ......



ขอแค่มั่นใจในตัวเอง....คุณก็ดูดีในแบบที่เป็นแล้วค่ะ!!!



วันนี้ลาไปก่อน...บ๊าย บายค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2562


5 วัตถุดิบรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ สำหรับสาว


ผิวแพ้ง่าย






สนับสนุนเนื้อหา
วิธีรักษาสิว


เรื่องของ สิว อาจนับได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นสิวเสี้ยน สิวผด หรือสิวอักเสบ ไม่ว่าจะสิวเม็ดใหญ่ เม็ดเล็ก ต่างก็เป็นปัญหาที่ไม่ว่าจะทำให้หายไปยังไงก็ต้องกลับมาเป็นอีกเหมือนเดิม นั่นอาจไม่ใช่สาเหตุจากฝุ่น หรือสิ่งสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย การรับประทานอาหาร และการพักผ่อนก็มีส่วนที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

สิว นั้นมักขึ้นเยอะที่บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะคอและหลัง หากสาวๆ รักษาอย่างไม่ถูกวิธี รวมถึงยิ่งเป็นคนที่มีผิวหน้าแพ้ง่ายแล้วละก็ อาจจะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผล ไปจนถึงผิวหนังติดเชื้อตามมาได้ ครั้นจะไปหาหมอก็น่าจะหมดเงินไปกับค่ารักษาเยอะอยู่เหมือนกัน แต่! อย่าเพิ่งกังวลไป ที่บอกแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษาให้หายด้วยตัวเองได้ เพราะ Sanook! Women ได้ลองเดินไปค้นทั้งในครัวและทั่วบ้านแล้วพบว่า ยังมีวัตถุดิบที่ช่วยรักษาสิวในแบบวิถีธรรมชาติได้ เอามาฝากกันถึง 5 อย่างด้วยกัน ไปเริ่มอ่านแล้วลองทำตามกันเลย





ขมิ้น ไพล รักษาสิว

1. สมุนไพรที่มีอยู่ติดบ้าน อย่าง ไพล , ขมิ้น , ทานาคาฯ ช่วยได้


สมุนไพรบางอย่างที่เรามีติดตู้อยู่ที่บ้าน ไม่ว่าจะมีไว้ประกอบอาหาร หรือมีไว้สำหรับประโยชน์ในด้านอื่นๆ สาวๆ บางคนอาจไม่นึกว่ามันก็สามารถที่จะนำมาแก้ปัญหาสิวที่คอยกวนใจเราอยู่ทุกวันได้อย่างเห็นผลดีทีเดียว เพราะสมุนไพรนั้นถือว่าเป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยา นอกจากจะนำมารักษาโรคบางอย่างแล้ว ก็ยังสามารถนำมาช่วยรักษาสิวตามแบบธรรมชาติได้อีกด้วย ลองมาดูกันดีกว่าว่าอะไรที่เป็นสมุนไพรใกล้ตัว น้ำมาใช้รักษาสิวได้

ไพล เป็นสมุนไพรอย่างแรกที่ใช้รักษาสิวได้ มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการเกิดสิวใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม สิ่งที่ต้องเตรียมก็มี ไพลและดินสอพอง เริ่มต้นให้นำเหง้าไพรมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปตำให้ละเอียด ปิดท้ายด้วยการผสมดินสอพองลงไป แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ก็เป็นอันเสร็จ นำมาพอกหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 นาที แล้วล้างออก สิวอักเสบก็จะค่อยยุบตัวลง หน้าใส และนิ่มขึ้น ไม่เป็นอันตรายต่อสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย เพราะเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ

ขมิ้น เป็นสมุนไพรรักษาสิวอย่างที่สองที่สาวๆ นิยมนำมาใช้กันมากที่สุด จากปกติที่เคยเห็นว่าขมิ้นนั้นช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นวลเนียนเมื่อนำมาพอกที่ผิวกาย หรือผิวหน้า แต่รู้หรือไม่ว่าขมิ้นนั้นก็ยังสามารถช่วยให้สิวยุบหายไปได้ด้วย โดยสำหรับสูตรนี้แนะนำให้ใช้ขมิ้นสดเล็กน้อย ดินสอพอง และมะนาว 1 ลูก เริ่มหั่นขมิ้นสดออกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็นำไปปั่นรวมกับดินสอพอง และน้ำมะนาวจนเข้าไปที่ได้เป็นเนื้อครีมเหนียวๆ หนืดๆ เมื่อเสร็จแล้วก็นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 นาที แล้วล้างออก สิวและจุดด่างดำก็จะค่อยๆ ยุบและเลือนหายไป อีกทั้งยังเป็นการบำรุงผิวของเราไปด้วย ส่วนใครที่ต้องการเพียงแค่แต้มไว้ยังจุดที่เป็นสิวก็สามารถทำได้ แต้มแล้วทิ้งไว้ทั้งคืนค่อยล้างออก ทำเป็นประจำ 3 - 4 สัปดาห์ ใบหน้าของสาวๆ ก็จะกลับมาสวยใสได้อีกครั้งหนึ่ง

ทานาคา เป็นสมุนไพรรักษาสิวอีกหนึ่งตัวที่สาวๆ บอกกันมาว่าดีงาม ซึ่งทานาคานั้นเป็นผงที่ได้จากเปลือกไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากพม่า โดยเฉพาะสาวๆ พม่านั้นนิยมเอามาทาหน้าเพื่อเป็นการบำรุงผิว ป้องกันแสงแดด และป้องกันการเกิดสิวได้อย่างดีอีกด้วย มีสรรพคุณที่ช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง ผดผื่นคัน ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดความมันบนใบหน้าที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว สำหรับสูตรนี้ก็ทำได้ไม่ยาก เพียงเตรียม ผงทานาคา น้ำผึ้ง และน้ำสะอาด ในปริมาณที่เท่าๆ กัน ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วหน้า อาจจะเน้นไปที่บริเวณที่เป็นสิวเยอะหน่อย ทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 แล้วล้างออก นอกจากจะเหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องทำให้สาวๆ ตกใจกับความเปลี่ยนแปลงแน่นอน !





2. แต้มสิวหยุดให้อยู่หมัดด้วย ยาสีฟัน


แน่นอนว่า ยาสีฟัน ต้องเป็นสิ่งที่แต่ละบ้านต้องมีไว้อยู่แล้ว เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้ทุกเช้า หลังกินข้าว และก่อนนอน เท่าที่เคยได้อ่านคอมเมนต์ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาสิว ต่างก็เกิดความกังวลกันว่า ยาสีฟันจะช่วยรักษาสิวได้จริงๆ หรอ ? ต้องขอบอกตรงเลยว่าจริง ! แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นยาสีฟันอะไรก็ได้ ต้องเป็นยาสีฟันที่มีสีขาวเท่านั้น เพราะมีส่วนผสมของ Baking Soda, Hydrogen Peroxide, Triclosen ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สิวยุบเร็ว ที่สำคัญอยากให้เลือกที่มีส่วนผสมของ Fluoride น้อย หากว่าเป็นสูตรธรรมชาติได้ก็ยิ่งดี และให้งดใช้ยาสีฟันที่เป็นสูตร Whitening เพราะมีสารฟอกขาวที่อาจกัดผิวหน้าของเราได้ จากที่แพ้อยู่เป็นทุนเดิมก็จะยิ่งเป็นมากไปกันใหญ่ไม่ดีแน่

วิธีใช้ยาสีฟันรักษาสิว ให้สาวๆ เริ่มต้นล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น จากนั้นก็บีบยาสีฟันที่เตรียมไว้ออกมาเล็กน้อยบนนิ้วชี้ จากนั้นป้ายยาสีฟันบางๆ ลงบนสิวโดยตรง พยายามอย่าให้ยาสีฟันไปถูกบริเวณที่ไม่เป็นสิว หรือป้ายๆ ลงไปรัวๆ เนื่องจากว่ายาสีฟันจะช่วยให้สิวแห้งเร็ว เร็วเกินไปจนผิดปกติ อาจถึงขั้นทำให้ผิวหน้าของเราระคายเคืองได้ ป้ายยาสีฟันทิ้งไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง หากเกิดอาการคันให้ทิ้งไว้แค่ 15 - 30 ก็เพียงพอ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำเช่นเป็นประจำจนกว่าสิวจะหายแล้วหยุด ไม่ควรใช้พร่ำเพื่อ






น้ำมะนาว รักษาสิว


3. น้ำมะนาว ช่วยบรรเทาให้สิวหาย


ในน้ำมะนาวนั้นจะมี วิตามินซี เป็นส่วนประกอบ มีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องการสมานแผล ทำให้สิวเป็นอยู่แห้งลงและจางไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันการใช้น้ำมะนาวรักษาด้วยวิธีธรรมชาติก็มีอยู่หลายสูตร แต่จะขอแนะนำสูตรที่เป็นการใช้น้ำมะนาวเพียวๆ ก็เวิร์คเช่นกัน เริ่มต้น แนะนำให้ใช้มะนาวสด งดน้ำมะนาวขวด เพราะมีเบอร์เซนต์ของการเป็นมะนาวปลอมอยู่สูงมาก จากนั้นก็ให้บีบน้ำมะนาวสดใส่ถ้วยเล็กๆ ที่เตรียมไว้ นำมาทายังจุดที่เป็นสิว ทิ้งไว้ราวๆ 1 ชั่วโมง แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าเป็นสิวแผลเปิดก็อาจจะแสบอยู่หน่อยๆ เพื่อความสวยต้องอดทนเนาะ ทำเช่นนี้เป็นประจำต่อเนื่อง 1 - 2 สัปดาห์ ก็จะเห็นว่าสิวที่เป็นจะค่อยๆ จางลงจนเห็นได้ชัด




เบคกิ้งโซดา รักษาสิว


4. เบคกิ้งโซดา ทำขนมได้ รักษาสิวก็ดี



เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่สามารถนำมารักษาอาการสิบอักเสบได้เป็นอย่างดี รู้จักกันดีในชื่อของ ผงฟู หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ โซเดียมไบคาร์บอเนต ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมระดับ pH ของผิว และช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ให้ผิวหน้าของเราได้ อาจลองนำมาทำเป็นครีมพอกผิวสำหรับสาวๆ ที่กำลังเจอปัญหาสิวอักเสบ และกำลังลุกลามไปทั่วทั้งใบหน้า ให้เตรียมส่วนผสมเป็น เบคกิ้งโซดา น้ำตาล น้ำร้อน น้ำมันงา และผ้าก็อซ เริ่มต้นให้เราต้มนำให้เดือด จากนั้นให้ใส่น้ำตาล และเบคกิ้งโซดาลงไปอย่างละ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน รอให้น้ำอุ่นลง เมื่ออุ่นได้ที่แล้วให้นำผ้าก็อซลงชุดแล้วบิดให้หมาดๆ นำไปปิดไว้ตรงบริเวณที่สิวอักเสบ หรือบริเวณหัวสิว ทิ้งไว้สักพัก ปิดท้ายด้วยการทำความสะอาดผิวด้วยน้ำอุ่น แล้วทาน้ำมันงาให้บริเวณผิวหน้าที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงทำความสะอาดผิวอีกครั้งหนึ่ง ทำเช่นนี้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะสังเกตได้ว่าผิวหน้าของสาวๆ จะกลับมาเนียนใส เปล่งปลั่ง ดูดีได้อีกครั้ง





ไข่ขาว รักษาสิว


5. มาส์กหน้าด้วย ไข่ขาว สิวเสี้ยนหาย 

หน้าตึงใส


วิธีรักษาสิวด้วยไข่ขาวนี้สาวๆ กระซิบบอกมาว่าเป็นวิธีการรักษาสิวแบบธรรมชาติที่เห็นผลได้อย่างดีมาก เริ่มแรกด้วยการล้างหน้าให้สะอาด เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้นให้เตรียมไข่ขาว ตอกไข่ และแยกเอาไข่แดงออก เสร็จแล้วให้ทาไข่ขาวลงบนใบหน้าบางๆ แล้วปล่อยให้ทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำแบบนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะเห็นความแตกต่างว่าผิวของคุณสาวๆ กระชับมากขึ้น
คำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิว


นอกจากวัตถุดิบธรรมชาติที่จะนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการรักษาสิวแล้ว พฤติกรรมก็เป็นเรื่องสำคัญ หากเราไม่ปรับเปลี่ยน ปัญหาสิวก็อาจจะวกกลับมาหาสาวๆ อีกครั้งก็เป็นได้ แล้วพฤติกรรมแบบไหนล่ะ ? ที่จะช่วยให้เราห่างไกลจากปัญหาสิว
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่มีผิวหน้ามัน
หากผิวหน้ามัน ควรใช้กระดาษซับหน้ามันซับออก
แนะนำให้สระผมบ่อยๆ ไม่ควรปล่อยให้ผมมัน และลงมาปรกตามใบหน้า รวมถึงให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันใส่ผม หรือโฟมแต่งผม
หากมือสกปรก ให้งดสัมผัสที่บริเวณหน้า
ควรล้างหน้าด้วยน้ำยาล้างหน้าอย่างอ่อน (Gentle Cleanser) แบบไม่มีฟอง ไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้า เนื่องจากความเป็นด่างของสบู่อาจทำให้เกิดการระคายผิวและก่อให้เกิดสิวได้
แนะนำให้ล้างหน้าเพียงวันละ 2 - 3 ครั้ง โดยดูจากความจำเป็น ดูจากลักษณะผิว หรือตามสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ การล้างหน้ามากจนเกินไปอาจทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น และผลิตไขมันมากจนผิดปกติ อาจก่อให้เกิดการอุดตันของไขมันจนกลายเป็นสิวได้
ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว อาทิ การใช้เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่จะไปเพิ่มความมันบนใบหน้าได้
หากสาวๆ มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง หรือโลชั่น แนะให้เลือกเครื่องสำอางที่ปราศจากน้ำมัน (Oil Free) หรือโลชั่นที่ระบุว่าให้ก่อให้เกิดสิว (Non-Acnegenic) และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-Comedongenic)
พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก หรืออดนอน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด หรือวิตกกังวลมากจนเกินไป เพราะความเครียดนี้เองจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้หลั่งไขมันออกมามากยิ่งขึ้น
งดเว้นพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องผูก เพราะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เนื่องจากอาหารตกค้างอยู่ในท้องนั้นเป็นอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการ อาจทำให้เกิดการดูดซึมและทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสิวได้
วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม


ในบางครั้ง การเกิดสิวก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรารับประทานเข้าไปเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยส่งผลดีต่อภายในร่างกายของเราสักเท่าไหร่ หรือสาวๆ บางคนก็โหมทำงาน ทำกิจกรรมแบบหนักหน่วงจนลืมทำบางสิ่งบางอย่างที่เป็นตัวช่วยลดการเกิดสิวได้ และเพื่อให้เกิดการแก้ไข เราก็มีพฤติกรรมที่สาวๆ ต้องทำเพื่อให้ไม่เกิดสิวมาฝากกันด้วย
หลีกเลี่ยงฝุ่นควันและล้างหน้าให้สะอาด : การเดินทางเข้าไปในสถานที่ที่มีแต่ฝุ่นควันเยอะๆ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า สิ่งสกปรกอาจลอยมาเกาะและเข้าไปในรูขุมขนจนเกิดการอักเสบ หรือการติดเชื้อได้ ที่สำคัญ หลีกเลี่ยงใบหน้าให้พ้นจากแสงแดด เพราะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เมื่อกลับมาที่บ้านให้รีบทำความสะอาดใบหน้าทันที หากใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกโฟมล้างหน้าทำความสะอาด ขอแนะนำว่าไม่ควรใช้เกินวันละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้งจนเกินไป ทางที่ดี ควรใช้น้ำเปล่าล้างหน้า จากนั้นจึงซับให้แห้ง
ไม่นอนดึกและอย่าอดนอน : สาวๆ บางคนมีความเชื่อที่ว่าจะนอนกี่โมงไม่สำคัญ เพียงแต่นอนให้ครบ 8 ชั่วโมงก็เป็นพอซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด จากงานวิจัยส่วนใหญ่ นักวิจัยมักจะบอกเสมอว่าให้เรานอนตั้งแต่หัวค่ำ และให้ตื่นแต่เช้า เพราะช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายจะทำงานได้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะนอนครบชั่วโมงแต่ก็ยังคงไม่ดีต่อสุขภาพ อีกทั้งช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน เส้นเลือดของเราก็ตีบ ทำงานได้ไม่เป็นปกติ
หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมันๆ หรือของทอด : ยิ่งสาวๆ ทานอาหารที่มีน้ำมัน หรือของทอดๆ เยอะขึ้นเท่าไหร่ ปริมาณน้ำมันบนผิวหน้าของเราก็จะยิ่งเยอะตามไปด้วย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันในรูปขุมขนจนเกิดเป็นสิว หรือสิวเสี้ยนได้
ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว : ไม่ได้เป็นการกะเกณฑ์ว่าสาวๆ จะต้องดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้วต่อวัน แต่อย่างน้อยเมื่อเราตื่นนอนก็ควรจะต้องไม่ลืมที่จะดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว เพราะน้ำเป็นตัวช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ยืดหยุ่น รวมถึงผิวหน้าของสาวๆ ด้วย 
รักษาความสะอาดของเครื่องนอน : บรรดาเครื่องนอนต่างๆ ที่เราต้องใช้อยู่ทุกวัน อย่าง ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน เป็นสิ่งที่จะต้องสัมผัสกับผิวหน้าของเราโดยตรง เราไม่อาจรู้ได้ว่าเครื่องนอนเหล่านี้จะเป็นที่สะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ในจำนวนที่มากขนาดไหน ฉะนั้น เราจะต้องถอดออกมาทำความสะอาดบ่อยๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก็ทำความสะอาด 1 ครั้ง ก็จะช่วยลดสาเหตุของการเกิดสิวบนหน้าได้แล้ว
รักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติโดยการใช้สมุนไพร : มีสมุนไพรหลากหลายชนิดที่มีคุณสมบัติและกรดต่างๆ ในการรักษาสิว อย่าง การใช้น้ำมะนาว การใช้โยเกิร์ตผสมน้ำผึ้ง การใช้น้ำมันมะกอกและมะนาว นำมาทำเป็นสูตรพอกหน้าแบบต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเจ๋งๆ ที่ช่วยรักษาสิวในแบบธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อผิวหน้าของเราแล้ว

เป็นยังไงกันบ้างสำหรับ5 วัตถุดิบรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย ที่หาได้ง่ายภายในบ้าน และไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เข้ากับการใช้ชีวิตของสาวๆ ในแต่ละวัน เพื่อเป็นการสร้างสุขลักษณะเบื้องต้นในการดูแลตัวเองที่ทำได้ทันที หากว่าทำตามวิธีและขั้นตอนที่เราบอกไปอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าปัญหาเรื่อง สิว จะหายไป ผิวพรรณจะเรียบเนียน ดูขึ้น นี่แหละจึงถือว่าเป็นการรักษาสิวจากต้นเหตุอย่างแท้จริง ไม่ต้องไปเสียเงินเพื่อซื้อคอร์สรักษาแพงๆ แต่อาจไม่เห็นผล



ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.istockphoto.com/th

หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูก

พิเศษได้ที่                                                                                                                    

                     >> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท


แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr


หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr


****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



Image result for ขอบคุณมากน่ะค่ะ

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2562


5 สูตรขัดผิวกาย ให้ผิวดูขาวกระจ่างใส


ในพริบตา





สนับสนุนเนื้อหา


อยากให้ผิวดูขาวกระจ่างใสและมีความเนียนนุ่ม ไม่ใช่เรื่องยาก นี่เลย 5 สูตรขัดผิวกายให้ขาว ที่จะช่วยเปลี่ยนผิวที่หมองคล้ำของคุณให้ดูขาวใสขึ้นภายในพริบตา ซึ่งก็มีสูตรและวิธีการทำที่เราขอแนะนำดังนี้

1.สูตรขัดผิวกายด้วยมะนาว

มะนาวมีกรด AHA ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปอย่างง่ายดาย พร้อมเผยผิวใหม่ที่มีความขาวกระจ่างใสมากกว่า และยังช่วยให้ผิวมีความเรียบเนียนกว่าเดิมอีกด้วย โดยสูตรนี้ให้นำมะนาวมาผ่าครึ่งแล้วบีบน้ำใส่ถ้วยให้หมด จากนั้นนำเปลือกมะนาวมาชุบน้ำมะนาวแล้วขัดเบาๆ ให้ทั่วผิว ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผิวก็จะค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องหลีกเลี่ยงในจุดที่ผิวบอบบาง เพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้นั่นเอง

2.สูตรขัดผิวกายด้วยมะขามเปียก

มะขามเปียกก็สามารถนำมาใช้ขัดผิวให้ขาวสวยขึ้นได้เหมือนกัน พร้อมทั้งช่วยลดเลือนจุดด่างดำ และทำให้ผิวมีความเนียนนุ่มมากขึ้นอีกด้วย โดยให้นำมะขามเปียกมาละลายน้ำจนเป็นเนื้อครีมแบบข้นๆ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วตัวแล้วใช้เยื่อมะขามขัดวนเบาๆ เสร็จแล้วล้างออกให้สะอาด ก็จะมีผิวขาวสวยขึ้นได้แล้ว






Advertisement

3.สูตรขัดผิวกายด้วยดินสอพอง

เป็นวิธีขัดผิวขาวที่อาจเห็นผลช้ากว่าวิธีแรกสักนิด แต่มีความอ่อนโยนต่อผิวและช่วยบำรุงผิวให้มีความเนียนนุ่ม ผุดผ่องอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย โดยให้นำดินสอพองประมาณ 8 ก้อน มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และขมิ้น 1 ช้อนชา เติมน้ำเล็กน้อยคนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นนำมาขัดผิวกาย พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำบ่อยๆ ผิวจะดูขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างแน่นอน

4.สูตรขัดผิวกายด้วยกากกาแฟ

กากกาแฟ ตัวช่วยดีๆ ในการขัดผิวกายให้ขาวสวย ทั้งยังช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี เพียงนำกากกาแฟมาขัดให้ทั่วผิวกายประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด สามารถทำได้บ่อยครั้งตามต้องการ ซึ่งก็รับรองเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นที่น่าพอใจอย่างแน่นอน

5.สูตรขัดผิวกายด้วยแตงกวา

อีกหนึ่งสูตรสำหรับคนอยากมีผิวขาว แค่ขัดผิวกายด้วยแตงกวาเท่านั้น โดยให้นำแตงกวามาปอกเปลือกออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด ใส่น้ำผึ้งและโยเกิร์ตลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำมาขัดให้ทั่วผิวกายเป็นเวลา 15 นาที พอกทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออกให้สะอาด สามารถทำได้ทุกวันตามต้องการ แล้วคุณจะมีผิวสวยดั่งใจ

ผิวกายดูขาวสวยขึ้นได้ แค่ขัดผิวด้วย 5 สูตรเหล่านี้ ใครที่สะดวกวิธีไหนก็ลองทำตามกันดู แล้วคุณจะมีผิวกายขาวสวยได้ดั่งใจต้องการ


ขอขอบคุณ


ภาพ :istock


หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูก

พิเศษได้ที่                                                                                                                    

                     >> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท


แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr


หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr


****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



Image result for ขอบคุณมากน่ะค่ะ

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2562


วิธีทำความสะอาดผิวหน้าที่ถูกต้อง 8 ขั้นตอน

ง่าย ๆ เพื่อผิวหน้าสะอาดหมดจด





วิธีทำความสะอาดผิวหน้าที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร ? ทุกวันนี้ใครที่กำลังสงสัยว่าทำถูกอยู่หรือไม่ มาศึกษาวิธีที่ถูกต้องเพื่อผิวหน้าสะอาดหมดจดกันเลยค่ะ

สาว ๆ หลายคนมักจะให้ความสำคัญกับครีมบำรุงผิวเป็นอันดับแรก เพราะคิดว่าจะช่วยทำให้ผิวของคุณสว่างใส และนุ่มนวลขึ้นได้อย่างแท้จริง แต่นี่เห็นจะเป็นความคิดที่ผิดแล้วล่ะค่ะ เพราะขั้นตอนที่จะทำให้ผิวของคุณสวยใสไร้ปัญหาอย่างแท้จริงนั้น สิ่งสำคัญที่ควรโฟกัสก็คือ การทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดต่างหาก


ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมมีเคล็ดไม่ลับ วิธีทำความสะอาดผิวหน้าที่ถูกต้อง เพื่อผิวหน้าสะอาดหมดจดอย่างแท้จริงมาฝากสาว ๆ กันแล้วค่ะ ใครที่กำลังสงสัยอยู่ว่าทุกวันนี้ทำความสะอาดผิวหน้าถูกหรือไม่ หรือมีขั้นตอนไหนที่พลาดไปบ้าง มาศึกษาให้รู้ไว้ เพื่อใบหน้าที่สะอาดหมดจดอย่างแท้จริง พร้อมสู่การเตรียมผิวให้ได้รับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ชนิดอื่นกันเลยดีกว่า...





1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้า สาว ๆ ควรรู้ว่าผิวหน้าของตัวเองมีสภาพแบบไหน ผิวแห้ง มัน หรือ บอบบางแพ้ง่าย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาผิวตามมา คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดให้เหมาะกับผิวหน้าของคุณนะคะ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดผด ผื่น สิว หรืออาการแพ้ทางผิวหนังค่ะ

2. Makeup Remover ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางจำเป็นสำหรับสาวที่ต้องแต่งหน้าทุก ๆ วัน เพราะจะช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางที่อุดตันอยู่บนใบหน้าได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับวันไหนที่ไม่แต่งหน้า Makeup Remover ไม่จำเป็นสำหรับสาว ๆ เลยนะคะ เพราะแค่การล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าก็พอแล้วล่ะค่ะ


3. ควรล้างหน้าด้วยโฟม เจล หรือสบู่ล้างหน้าอีกครั้ง
 หลังจากคุณล้างเครื่องสำอางเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ว่า Makeup Remover ทำความสะอาดผิวได้ไม่หมดจด แต่ Makeup Remover นั้นมีไว้ล้างเครื่องสำอางออกจากผิวหน้า ซึ่งอาจไม่ได้มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดผิวอย่างแท้จริง ดังนั้น หากวันไหนที่คุณแต่งหน้า ให้คุณทำความสะอาดผิว 2 ขั้นตอน คือล้างเครื่องสำอาง และทำความสะอาดผิวอีกครั้งค่ะ


4. คุณควรนวดโฟม เจล หรือสบู่
ให้ทั่วใบหน้า นานประมาณ 1 นาที เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ซึมซับเข้าไปทำความสะอาดในรูขุมขน













5. ในการล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด คุณอาจต้องล้างหลายครั้งหน่อยหากใช้วิธีการรอน้ำจากอ่างล้างมือขึ้นมาล้างหน้า แต่หากเป็นการล้างหน้าตอนอาบน้ำ แนะนำให้คุณใช้ฝักบัวล้างหน้าขณะอาบน้ำดีกว่า เพราะมั่นใจได้ถึงความสะอาดจริง ๆ


6. โทนเนอร์เช็ดหน้า อาจไม่ได้จำเป็นกับสาว ๆ ทุกคน
 ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ดังนั้น หากคุณล้างหน้าให้สะอาดหมดจดแล้ว โทนเนอร์เช็ดหน้าไม่ได้จำเป็นกับผิวคุณเลยค่ะ ยกเว้นโทนเนอร์บางตัวที่มีคุณสมบัติเปิดรูขุมขนเพื่อเตรียมผิวเข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงผิวต่อไป



7. โฟมล้างหน้าที่มีเม็ดบีดส์สครับผิว
 อาจทำร้ายผิวหน้ามากกว่าทำความสะอาดผิว แม้จะมีโฟมสครับหลายตัวที่บอกว่าสามารถใช้ได้ทุกวันก็ตามที แต่โฟมล้างหน้าประเภทนี้ จะขัดผิวคุณไปด้วย ซึ่งคุณก็รู้ดีว่าการขัดผิวนั้นไม่ควรทำทุกวันอยู่แล้ว ดังนั้น โฟมล้างหน้าประเภทนี้ไม่ได้จำเป็นเลยค่ะ หรือหากคุณอยากใช้จริง ๆ ควรใช้เพียงสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้งเท่านั้นก็เพียงพอ


8. เช็ดหน้าให้แห้ง ด้วยการค่อย ๆ ซับหน้าเบา ๆ ด้วยผ้าสะอาด
 และทางที่ดี ผ้าเช็ดหน้ากับผ้าเช็ดตัวไม่ควรเป็นผ้าผืนเดียวกันนะคะ เพราะผิวหน้านั้นบอบบางกว่าผิวส่วนอื่น และอ่อนโยนต่อสิ่งสกปรกแม้เพียงน้อยนิดค่ะ


และนี่ก็คือ 8 ขั้นตอนทำความสะอาดผิวให้หมดจดอย่างแท้จริงที่สาว ๆ ไม่ควรละเลยเลยล่ะค่ะ อย่าลืมนะคะว่า แม้คุณจะมีครีมบำรุงผิวที่ดีแค่ไหน หากล้างหน้าไม่สะอาดก็อาจไม่มีประโยชน์อะไร เผลอ ๆ ยิ่งทำให้ผิวหน้าเป็นผดเป็นสิวได้อย่างง่าย ๆ อีกด้วย



หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูก

พิเศษได้ที่                                                                                                                    

                     >> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท


แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr


หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr


****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



Image result for ขอบคุณมากน่ะค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2562


4 สูตรรักษาสิวแบบธรรมชาติ เคลียร์ปัญหาสิว


อยู่หมัดแบบไม่ต้องง้อยา !





สนับสนุนเนื้อหา


เมื่อไรที่สิวขึ้นหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบก็ตาม วิธีรักษาสิวให้หายไปอย่างเป็นธรรมชาตินั้นทำได้ไม่ยากเลยค่ะสาวๆ เพียงคุณหันมาใช้วิธีรักษาสิวเหล่านี้ บอกเลยว่าตัวยาดีจากธรรมชาติเหล่านี้นี่แหละ นอกจากจะช่วยฆ่าเชื้อสิว ทำให้อาการสิวอักเสบลดลง และทำให้สิวยุบเร็วแล้ว ยังถือเป็นสูตรหน้าใสที่ทำให้ผิวหน้าของคุณสาวๆ ขาวกระจ่างใสได้ในตัวอีกด้วย อยากรู้กันแล้วว่าทำยังไง งั้นมาติดตามเลยค่ะ


สูตรที่ 1 รักษาสิวด้วยมะละกอ น้ำผึ้งและน้ำมะนาว
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะละกอสุก + น้ำผึ้ง + น้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ นำเนื้อมะละกอสุกมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้า ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด สูตรรักษาสิวนี้จะช่วยรักษาสิวอักเสบให้ยุบลงและลดรอยแดงจากสิวได้


สูตรที่ 2 รักษาสิวด้วยน้ำมะนาว


ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : มะนาว 1/2 ซีก + น้ำอุ่นเล็กน้อย + สำลีแผ่น

วิธีทำ บีบน้ำมะนาวใส่ถ้วยไว้แล้วผสมน้ำอุ่นลงไปให้กรดของน้ำมะนาวเจือจางลงเล็กน้อย จากนั้นคนให้เข้ากัน แล้วนำสำลีมาชุบน้ำมะนาว นำมาทาหน้าจนทั่ว เน้นจุดที่มีสิว ให้ทาทิ้งไว้ก่อนเข้านอนโดยไม่ต้องล้างออก วิธีนี้จะช่วยรักษาสิว ทำให้สิวแห้งและยุบตัวลงเร็ว น้ำมะนาวมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก ทำให้ผิวหน้าขาวใส ถือเป็นสูตรหน้าใสที่จะช่วยให้สิวหายได้ในตัวอย่างไม่ควรพลาด






สูตรที่ 3 รักษาสิวด้วยหอมแดง


ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : หอมแดง 1 หัวเล็ก

วิธีทำ ให้ปอกเปลือกหอมแดงออก แล้วฝานเป็นแว่นๆ แล้วทุบเล็กน้อยเพื่อให้มีน้ำมันหอมระเหยไหลซึมออกมาจากหอมแดง จากนั้นนำมาทาผิวตรงจุดที่เป็นสิว แล้วปล่อยทิ้งไว้เช่นนั้นประมาณ 10-15 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาด วิธีรักษาสิวด้วยหอมแดงนี้จะช่วยให้สิวอักเสบยุบลงง่าย และยังช่วยลดเลือนรอยสิวดำๆ ให้จางลงอย่างได้ผลอีกด้วย นอกจากนี้ หอมแดงยังมีคุณสมบัติยับยั้งเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ



สูตรที่ 4 รักษาสิวด้วยแตงกวา
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก

วิธีทำ นำแตงกวามาสับเป็นชิ้นเล็กๆ จนละเอียด จากนั้นนำไปแช่ตู้เย็น เมื่อแตงกวาเย็นแล้วก็นำมาพอกหน้าประมาณ 15-20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด สูตรรักษาสิวด้วยแตงกวานี้จะให้สิวอักเสบลดลง ช่วยลดเลือนความมันบนผิวหน้า ทำให้รูขุมขนกระชับเล็กลง และทำให้ผิวหน้าขาวใสขึ้น เป็นอีกหนึ่งสูตรหน้าใสที่สาวๆ ต้องลองเช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาวๆ กับวิธีรักษาสิวจากธรรมชาติ สาวๆ คนไหนที่กังวลใจกับปัญหาสิวอยู่ หยิบสูตรที่ชอบมาใช้รักษาสิวได้เลย แถมยังได้ผิวหน้าใสในตัวอีกด้วย ดีแบบนี้จะพลาดกันได้ไงจริงมั้ย?

ขอบคุณภาพประกอบจาก : istock


หากท่านผู้อ่านสนใจสินค้าเหล้่านี้ สามารถสั่งซื้อสินค้าราคาถูก

พิเศษได้ที่                                                                                                                    

                     >> http://www.vitamin24hr.com

ถูกที่สุดทั่วไทย สินค้าบริษัท


แอดไลน์ที่>> http://line.me/ti/p/%40vitamin24hr


หรือ ไลน์ไอดี @vitamin24hr


****

วันนี้กดไลค์เพจเราและแชร์แบบสาธารณะ เพื่อลุ้นรับขนาดทดลอง จัดส่งถึงบ้าน ประกาศผลทุกสิ้นเดือนจ้า



Image result for ขอบคุณมากน่ะค่ะ